16 ก.พ. 69
นักวิจัยมหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ด้านอนุกรมวิธาน ค้นพบแมลงหางดีดชนิดใหม่ของโลกในพื้นที่สวนป่าอาคารพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า จังหวัดปทุมธานี ตั้งชื่อว่า “แมลงหางดีดพระรามเก้า” ตามสถานที่ค้นพบ สะท้อนพื้นที่สีเขียวในเมืองเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญ

อาจารย์ ดร.อารีรักษ์ นิลสาย คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับ รองศาสตราจารย์ ดร.โสภาค จันทฤทธิ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มรรษภูมิ เดชเจริญ ทีมวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จับมือ ดร.วียะวัฒน์ ใจตรง และ ดร.ทัศนัย จีนทอง นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านอนุกรมวิธานของสิ่งมีชีวิต องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ลงพื้นที่สำรวจและศึกษาวิจัยแมลงหางดีดในพื้นที่สวนป่าอาคารพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า จังหวัดปทุมธานีนำมาสู่การค้นพบ “แมลงหางดีดพระรามเก้า” แมลงหางดีดชนิดใหม่ของโลก

ภาพคณะทีมวิจัยที่สำรวจ
ดร.อารีรักษ์ นิลสาย กล่าวว่า หลังจากค้นพบแมลงหางดีดชนิดใหม่นี้ ทีมวิจัยได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Allosopus ramanai sp. nov หรือ “แมลงหางดีดพระรามเก้า” ตั้งชื่อตามพื้นที่สวนป่า ตึกพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบอันเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของคนไทยและผู้ที่สนใจทั่วโลก

สำหรับ “พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า” ตั้งอยู่ในองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จังหวัดปทุมธานี ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2562 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งนำเสนอเรื่องราววิวัฒนาการของโลกและสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพในแต่ละภูมิภาคของโลกรวมถึงประเทศไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดกับผู้ชมผ่านกิจกรรมและนิทรรศการต่าง ๆ เป็นสถานที่ที่มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์

“ลักษณะของแมลงหางดีดพระรามเก้า มีลำตัวลำตัวเรียวยาว สีขาวและพาดด้วยสีส้มแกมน้ำตาล มีแถบตา และลักษณะการเรียงกันของเส้นขนที่จำเพาะ จัดอยู่ในกลุ่มแมลงหางดีด Heteromurinae ซึ่งเป็นสมาชิกในวงศ์ Orchesellidae โดยแมลงหางดีดในสกุลนี้ปัจจุบันมีรายงาน 17 ชนิดทั่วโลก ซึ่งพบในประเทศไทยถึง 7 ชนิด (40%) โดยแมลงหางดีดมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศในการเป็นผู้ย่อยสลายซากอินทรีย์วัตถุ (decomposer) และยังเป็นแหล่งอาหารให้กับผู้ล่าขนาดเล็ก ทำให้เกิดการหมุนเวียนสารอาหารและพลังงานในห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหารในระบบนิเวศ คงความสมดุลของระบบนิเวศนั้นผ่านลำดับขั้นของการกินเป็นทอด ๆ” ดร.อารีรักษ์ กล่าว

ดร.อารีรักษ์ นิลสาย กล่าวเพิ่มเติมว่า การค้นพบแมลงหางดีดชนิดใหม่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้ในพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีหย่อมพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ ก็ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญในการเป็นแหล่งรองรับความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตได้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ประโยชน์ของระบบนิเวศตามสภาพภูมิสังคมที่แตกต่างกันและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนกับธรรมชาติ อันจะนำไปสู่การอนุรักษ์ระบบนิเวศในพื้นที่ท้องถิ่นอื่น ๆ ต่อไป

พื้นที่สวนป่า ตึกพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังเผยแพร่ข้อมูลทางพันธุกรรมของ “แมลงหางดีดพระรามเก้า” อันเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่จะสามารถอธิบายความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการ ความแตกต่างทางพันธุกรรมระหว่างประชากร ประวัติประชากร รวมไปถึงการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในระดับพันธุกรรมในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ โดยงานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากทุนนักวิจัยรุ่นใหม่ ปี 2568 มหาวิทยาลัยทักษิณ ภายใต้ชื่อโครงการวิจัย สายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการและอนุกรมวิธานของแมลงหางดีดในวงศ์ Entomobryidae (Hexapoda: Entognatha)

ทั้งนี้ ผลการศึกษาวิจัยได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารวิจัยนานาชาติ Biodiversity Data Journal เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา สามารถเข้าถึงได้จาก Alloscopus ramanai sp. nov. (Orchesellidae, Heteromurinae)
……………………
ภาพ : อาจารย์ ดร.อารีรักษ์ นิลสาย คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ
ข่าว : งานสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยทักษิณ